โซดาไฟ สารเคมีพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน ประโยชน์ และการใช้งานที่ถูกต้อง

สินค้ายอดนิยม อีกชนิด ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของร้านวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ได้แก่ “โซดาไฟ” และยังเชื่อว่าหากเอ่ยถึง “โซดาไฟ” น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารเคมีประเภทนี้ เนื่องจากนิยมนำมาใช้ในการล้างท่ออุดตันภายในบ้านกันมากที่สุด ทั้งนี้ โซดาไฟยังสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาภายในครัวเรือนได้อีกหลายอย่าง และยังเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอีกชนิด ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของร้านวัสดุก่อสร้าง

เฮียบฮกออนไลน์ ขอยกให้ “โซดาไฟ” เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีติดบ้านไว้ และจะพาไปทำความรู้จัก “โซดาไฟ” ในแง่มุมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานในครัวเรือน ตามไปอ่านกันเลย

โซดาไฟ คือ อะไร

โซดาไฟ หรือ Caustic Soda (Lye) คือ สารประกอบทางเคมีชนิดหนึ่ง (Chemical Compound) ซึ่งเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีความเป็นด่าง (Alkali) ซึ่งความเป็นด่างนี้ สามารถทำละลายความเป็นกรด และสามารถละลายในน้ำได้เป็นอย่างดี (Soluble in Water) และมีชื่อสูตรทางเคมี “NaOH” (โซเดียมไฮดรอกไซด์)

โดยทั่วไป โซดาไฟจะมีลักษณะเป็นสาร หรือเป็นผงสีขาวเหมือนไข่มุก (White Pearl-Like Substance) จากความก้าวหน้าทางการผลิตของยุคปัจจุบัน ทำให้สามารถผลิตโซดาไฟได้ในหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด (Pellets) แบบเกล็ด (Flakes) ผง (Powder) หรือสารละลาย (Solutions) เป็นต้น โซดาไฟยังเป็นผลิตภัณฑ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย (Multipurpose) เช่น การล้างท่อ และการทำสบู่ รวมถึงใช้ในการเตรียมอาหารได้อีกด้วย

นอกจากนี้ โซดาไฟ ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์ ที่เป็นสารเคมีอีกหลายประเภท ได้แก่ ผงซักฟอก สบู่ สิ่งทอ และยา และยังถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ในกระบวนการผลิตของหลายอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น การปรับค่าความเป็นกรด และด่าง (pH Adjustment) การควบคุมความเป็นด่าง (Alkalinity Control) และกระบวนการสะเทิน (Neutralization Process) หรือการทำให้มีสภาวะเป็นกลาง ทั้งนี้ การเกษตร และการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้โซดาไฟ ในกระบวนการผลิตเช่นกัน

ความเป็นมาของโซดาไฟ

หากพูดถึงความเป็นมาของโซดาไฟ คงต้องย้อนไปตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ (Ancient Times) ในยุคดังกล่าว มนุษย์ทราบถึงอนุภาพ และฤทธิ์ของสารความเป็นด่าง (Power of Alkaline Substances) คนอียิปต์ และโรมันโบราณ จะใช้สารความเป็นด่างที่ได้จากขี้เถ้า และขี้เถ้าพืช (Ashes and Plant Ashes) ด้วยการผสมขี้เถ้าดังกล่าวกับน้ำ และทำให้ร้อนในหลายกิจกรรม เช่น การทำสบู่ สิ่งทอ กำจัดขน และการนำไปใช้ทางยา (Medicinal Applications) เป็นต้น

ในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงยกระดับโซดาไฟ ให้สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ ในปี 1775 นักเคมีชาวสวีเดนชื่อว่า “Carl Wilhelm Scheele” ค้นพบองค์ประกอบคลอไลน์ และคิดได้ว่า หากนำมาผสมกับสารความเป็นด่าง จะให้ผลลัพธ์เป็นโซดา แอช (Soda Ash) หรือ โซเดียมคาร์บอเนต (Sodium Carbonate) แนวคิดดังกล่าว ทำให้สามารถผลิตโซดาไฟในปริมาณมากได้

อย่างไรก็ดี ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับลักษณะของโซดาไฟ และคุณสมบัติทางเคมีเกิดขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 และในยุคนี้ถือว่าเป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความก้าวหน้าทางการผลิต และกระบวนการทางเคมีปรากฏขึ้น และความต้องการโซดาไฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก เนื่องจากความสามารถในการนำไปใช้งานของโซดาไฟหลากหลายมากขึ้น จนกลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการผลิตสบู่ (Soap Making) สิ่งทอ (Textile Production) และกระดาษ (Paper Production) รวมถึงวงการศึกษาในสาขาวิชาโลหะวิทยา (Metallurgy)

ในปี 1823 นักเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อว่า “Antoine-Alexandre-Brutus Bussy” พัฒนาวิธีผลิตโซดาไฟที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ด้วยการใช้โซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride หมายถึง เกลือแกงทั่วไป) กับกรดซัลฟูริก (Sulfuric Acid หรือกรดกำมะถัน) ซึ่งนำไปสู่อัตราการผลิตโซดาไฟ ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมากมายกว่าที่ผ่านมา

ในช่วงแรกเริ่มของศตวรรษที่ 20 ถือเป็นช่วงพัฒนาที่สำคัญของโซดาไฟ เนื่องจากมีการคิดค้นเทคนิคการผลิตโซดาไฟใหม่ขึ้น โดย “Humphry Davy” ในปี 1808 ที่เรียกว่ากระบวนการ Electrolytic Process ซึ่งเทคนิคดังกล่าว คือ กระบวนการที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการแยกโมเลกุล และกลายเป็นวิธีหลักที่ใช้ในการผลิตโซดาไฟในปัจจุบัน

การนำโซดาไฟไปใช้งานในครัวเรือน

โซดาไฟ เป็นผลิตภัณฑ์ทางเคมีอีกชนิด ที่ควรมีติดบ้าน เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ผู้คนมักประสบบ่อยๆ ทั้งนี้ โซดาไฟยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก สำหรับใช้ในครัวเรือน ดังต่อไปนี้

  1. ล้างท่ออุดตัน (Unblocking Pipelines or Drains) เชื่อแน่ว่าหลายบ้านต้องเคยเจอกับปัญหาท่ออุดตัน ไม่ว่าจะเป็นท่ออ่างล้างหน้า ท่อล้างจาน หรือท่อน้ำอื่นๆ ในบ้าน ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องที่คลาสสิกมาก เกิดจากการสะสมของไขมัน เส้นผม และคราบสิ่งสกปรก ที่อุดตันในท่อน้ำ ซึ่งโซดาไฟ สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ วิธีการ คือ ให้ผสมโซดาไฟ 100 กรัมกับน้ำเย็น (จะกลายเป็นสารละลาย) แล้วเทลงในท่ออุดตัน และปล่อยทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง เพื่อสลายสิ่งอุดตันต่างๆ ที่อยู่ในท่อ
  2. ทำความสะอาดไมโครเวฟ (Cleaning Microwaves) ในยุคปัจจุบันหลายบ้านนิยมใช้ไมโครเวฟกันมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายในการอุ่นอาหาร หรือไมโครเวฟบางรุ่น สามารถทำอาหารได้ หากใช้งานไมโครเวฟไประยะหนึ่ง จะพบว่าข้างในเครื่อง มีรอยสีน้ำตาล หรือคราบจากการอุ่นอาหารติดอยู่ การทำความสะอาดไมโครเวฟ สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เบาแรง และไม่ยุ่งยากแถมได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คือ การผสมโซดาไฟ 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ 1 แก้ว และน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะในภาชนะที่สามารถใช้อุ่นในเตาไมโครเวฟได้ แล้วนำภาชนะที่มีส่วนผสมของโซดาไฟ น้ำส้มสายชู และน้ำเข้าเครื่องไมโครเวฟ ตั้งเวลาอุ่นประมาณ 1 นาที และเมื่อส่วนผสมร้อนแล้ว ให้พักทิ้งไว้อีก 5 นาที หลังจากนั้น จึงทำความสะอาดไมโครเวฟได้
  3. การเตรียมอาหาร (Food Preparation) สามารถใช้โซดาไฟในการล้าง หรือทำความสะอาด รวมไปถึงขจัดสารเคมีตกค้างที่อยู่ตามผัก และผลไม้ สามารถนำไปใช้ในการแปรรูปช็อกโกแลต และโกโก้ ใช้ในการผลิตสีอาหารคาราเมล ใช้ในการลวกสัตว์ปีกให้สะอาดขึ้น (เช่น ไก่ และเป็ด) ใช้ในการผลิตน้ำอัดลม และสามารถทำให้ไอศกรีมจับตัวแข็ง หากต้องการให้มะกอกนิ่มขึ้น ให้แช่ลงให้น้ำที่มีส่วนผสมของโซดาไฟ และหากต้องการให้ขนมปังมีความกรุบกรอบ และสีสวย เช่น ขนมปัง Pretzel และ German Pretzel จะเคลือบขนมปังด้วยสารละลายด่าง หรือโซดาไฟในน้ำเดือดก่อนนำไปอบ (Baking Soda สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน แต่จะไม่ได้สีเหลืองทองเข้ม และกรุบกรอบเหมือนกับโซดาไฟ)
  4. ทำความสะอาดทางเข้าบ้าน (Cleaning Driveways) บ้านที่เราอาศัยอยู่ไปสักพัก จะดูหมองลง เนื่องจากมีสิ่งสกปรก หรือคราบสกปรกเกาะตามพื้นถนนบ้าน ซึ่งทำให้บริเวณบ้านดูไม่สะอาดตามากนัก สามารถใช้โซดาไฟทำความสะอาดพื้นถนนรอบๆ หรือทางเดินเข้าบ้านได้ ซึ่งทำได้ไม่ยาก วิธีการ คือ ใช้โซดาไฟ 125 กรัมผสมกับน้ำ 5 ลิตร หลังจากนั้น ให้นำสารละลายโซดาไฟ ไปเทลงบนพื้นผิวถนนบ้าน และใช้แปรงขัดถูพื้นขัดถนน (ต้องใช้แปรงสำหรับขัดถูพื้นเท่านั้น) ปล่อยทิ้งไว้ 20 – 30 นาที เพื่อให้สารละลายโซดาไฟเกาะอยู่บนพื้นผิวถนน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำเย็นให้สะอาด เพียงเท่านี้ ถนนบริเวณรอบๆ บ้านก็จะขาวสะอาดเหมือนกับย้ายเข้าอยู่ในช่วงแรก
  5. ฆ่าเชื้อโรคบริเวณบ้าน (Disinfecting Areas of the House) แน่นอนว่า บ้านที่เราอาศัยอยู่ จะต้องมีเชื้อโรคอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 สามารถใช้โซดาไฟ ในการฆ่าเชื้อโรคบริเวณบ้านได้เป็นอย่างดี วิธีการ คือ ให้ผสมน้ำกับโซดาในปริมาณเท่ากัน และคนให้ละลาย หรือผสมโซดาไฟ 125 กรัมกับน้ำเย็น 5 ลิตรในถังผสม หลังจากนั้น จึงนำไปใช้งานกับบริเวณที่ต้องการฆ่าเชื้อโรคได้เลย และใช้น้ำเย็นล้างทำความสะอาด บริเวณที่มีการใช้สารลายลายโซดาไฟ (ต้องใช้น้ำเย็นเท่านั้น)
  6. ลอกสีฝาผนัง หรือกำแพงบ้าน (Stripping Paint from Walls) สามารถใช้โซดาไฟในการลอกสีที่ฝาผนัง หรือกำแพงบ้านออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบบไม่น่าเชื่อ และมีความปลอดภัยสูง ต้องแน่ใจว่า บริเวณฝา หรือกำแพงที่ต้องการลอก หรือลบสีออก มีลมโกรก หรือไหลเวียน วิธีการลอกสีออกจากฝาผนัง หรือกำแพงบ้าน ให้ใช้ผ้าเก่าชุบน้ำให้เปียก และเช็ดถูบริเวณฝาผนัง หรือกำแพงบ้านบริเวณสีที่ต้องการลบ หรือลอกออก โรยโซดาไฟลงบนบริเวณสีที่ได้มีการถู ด้วยผ้าชุบน้ำ ปล่อยให้โซดาไฟ ทำปฏิกิริยากับคราบ หรือสีประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดบริเวณฝาผนัง หรือกำแพงบ้านบริเวณสีที่ต้องการลบ หรือลอกออก เพียงเท่านี้ ก็สามารถลบสีที่ติดอยู่ฝา หรือกำแพงบ้านได้แล้ว

ข้อควรระวังการเก็บรักษา และใช้โซดาไฟให้ปลอดภัย

เนื่องจากโซดาไฟ เป็นสารประกอบเคมีอีกประเภทหนึ่ง หากเก็บรักษา หรือใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องใช้งานโซดาไฟ ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน โดยมีข้อควรระวัง และการเก็บรักษา ดังนี้

  1. โซดาไฟ มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หลังจาก 1 ปีผ่านไปคุณสมบัติของโซดาไฟจะไม่เหมือนเดิม
  2. ให้เก็บโซดาไฟในภาชนะเย็น และในที่มืด ปิดฝาภาชนะที่ใส่โซดาไฟให้สนิท และแน่นหนา เพื่อป้องกันความชื้นโดนโซดาไฟ (Moisture) เนื่องจากโซดาไฟมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้น และเมื่อโดนความชื้น จะทำให้โซดาไฟเกิดไอน้ำขึ้นได้ (Water Vapor) รวมถึงคุณสมบัติกัดกร่อน (Corrosive Properties)
  3. ให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน หากต้องใช้งานโซดาไฟ เช่น หน้ากากที่สามารถป้องกันระบบหายใจได้ แว่นตาใส และถุงมือยางที่มีความทนทาน
  4. หากผิวหนังสัมผัสกับโซดาไฟ ให้ล้างออกด้วยน้ำส้มสายชูในอัตราส่วน 1 ต่อ 5 ของน้ำสะอาด หากถูกเยื่อบุผิวในช่องปาก หรือจมูก ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที

สรุป

ด้วยคุณสมบัติของโซดาไฟ ที่หลากหลาย สามารถใช้แก้ปัญหาในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฮียบฮกออนไลน์จึงยกให้ “โซดาไฟ” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรมีติดบ้าน

ที่เฮียบฮกออนไลน์ เรามี “โซดาไฟ” ที่เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐาน จำหน่าย ดังนี้

  1. โซดาไฟชนิดเกล็ด (Caustic Soda Flake) ยี่ห้อสามดาว จำหน่ายยกลัง (1 ลังมี 20 ถุง)
  2. โซดาไฟชนิดเกล็ด (Caustic Soda Flake) ยี่ห้อ Honey จำหน่ายยกลัง (1 ลังมี 20 ถุง)

หากไม่แน่ใจ จะเลือกใช้บันไดช่างประเภทใด ที่เหมาะกับการใช้งาน สามารถติดต่อ หรือส่งข้อความหาเฮียบฮกออนไลน์ได้เลยทันที เฮียบฮกออนไลน์ยินดีตอบคำถาม และให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องมือช่าง ที่ควรมีไว้ติดบ้าน