การเลือกซื้อและใช้งานกาวให้ตรงกับความต้องการ

การเลือกซื้อและใช้งานกาวให้ตรงกับความต้องการ

นอกจากเครื่องมือช่าง ยังมีอุปกรณ์พื้นฐานสำคัญอีกหลายชนิดที่ควรมีไว้ติดบ้าน “กาว” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์พื้นฐานที่สมควรมีไว้ติดบ้านเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี กาวที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด รวมถึงร้านวัสดุก่อสร้างมีมากมายและหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการในการนำไปใช้งาน

EP.นี้…เฮียบฮกออนไลน์ขอนำเสนอความรู้ สาระและการเลือกใช้กาวที่มีอยู่อย่างมากมายให้ตรงกับความต้องการในการนำไปใช้งานมากที่สุดและเลือกซื้อเก็บเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับใช้ในบ้าน

ความรู้และการเลือกซื้อกาวให้ตรงกับงานและความต้องการ

 “กาว” (Glues/Adhesives) คืออะไร

กาว คือ สสารที่นำมาติด ยึดติดหรือเชื่อมของ 2 สิ่งหรือมากกว่าเข้าไว้ด้วยกันแบบถาวร กาวบางประเภทยังสามารถนำมาอุด (รอยรั่ว) หรือประสานสิ่งของเข้าไว้ด้วยกัน กาวที่พบเห็นบ่อยและใช้กันทั่วไปจะมีลักษณะเป็นสีขาว ข้นและเหนียว และนิยมใช้กับงานฝีมือ งานศิลปะ หรืองานซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน

ความเป็นมาของกาว (Brief History of Glues)

            กาวถูกผลิตและนำมาใช้ติด ยึดหรือเชื่อมวัสดุหรือสิ่งของเข้าไว้ด้วยกันมาเป็นเวลาหลายพันปี จากหลักฐานที่นักโบราณคดีขุดค้นพบ มีวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตกาวหลายชนิด เช่น น้ำเลี้ยงของต้นไม้ (Tree Sap) ไปจนถึงขี้ผึ้ง (Beeswax) เป็นต้น จากสมัยดึกดำบรรพ์ (4000 B.C.) จนถึงปัจจุบัน กาวผ่านวิวัฒนาการจนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ความสำคัญของการเลือกใช้กาวให้ตรงกับประเภทของงาน (Choosing the Right Glue for Your Job)

           กาวถือได้ว่าเป็นฮีโร่สำคัญในการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้าน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับช่างมืออาชีพและผู้ที่ชื่นชอบงานประดิษฐ์ ไม่ว่าวัสดุที่ต้องการนำมาเชื่อมต่อหรือยึดติดกันจะเป็นอะไรก็ตาม จะมีกาวที่เหมาะกับงานเฉพาะให้เลือกใช้ในแต่ละประเภท อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อกาวให้ตรงกับการใช้งานบางครั้งก็ทำให้สับสนได้เช่นกัน

เนื่องจากผู้ผลิตกาวต้องการให้การเลือกซื้อกาวเป็นเรื่องง่ายและไม่ยุ่งยาก จึงระบุการใช้งานกาวบนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งการใช้งานบางอย่างอาจทับซ้อนกันกับกาวชนิดอื่น ๆ เช่น หากต้องการยึดวัสดุไม้ สามารถใช้กาวติดไม้ (Carpenter Glue) โพลียูรีเทน (Polyurethane) อีพ็อกซี่ (Epoxy) หรือแม้แต่ซูเปอร์กลู (Super Glue or Cyanoacrylate) ก็สามารถนำมาใช้ติดวัสดุไม้ได้เช่นกัน เป็นต้น

การเลือกซื้อและใช้งานกาวให้ตรงกับความต้องการ

กาวมีกี่ประเภท…อะไรบ้าง (Types of Glue and Adhesive)

            ปัจจุบัน กาวได้ถูกผลิตขึ้นให้ตรงกับความต้องการและการนำไปใช้งาน ซึ่งมีอยู่มากมาย แต่บทความนี้จะกล่าวถึงกาวที่เหมาะกับการซื้อไว้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับใช้ในบ้านหรือครัวเรือน กาวสำหรับงาน DIY และกาวช่างเป็นหลัก กาวที่นิยมใช้งานจะมีอยู่ 14 ประเภท ดังนี้

  1. กาวขาว (Craft Glue/White Glue) เป็นประเภทของกาวที่พบได้บ่อยมากที่สุดในโรงเรียน บ้านและออฟฟิศ และยังเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญของชุดอุปกรณ์สำหรับงานฝีมือ อาจกล่าวได้ว่า กาวขาวเป็นตัวเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับติดกระดาษหรือสิ่งของที่มีรู (Porous Items) เช่น กระดาษสำหรับทำงานฝีมือ (Card Sheets for Craft) กาวประเภทนี้มีความปลอดภัยสามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากมีความเป็นพิษต่ำหรือศูนย์ ทำความสะอาดง่ายหากกาวหกหรือโดนผิวหนัง

การใช้งาน: โดยทั่วไปสามารถเทกาวขาวได้เลย เพราะปลายกระบอกของขวดกาวจะมีรูเล็ก ๆ สำหรับใช้งาน หากต้องการความสร้างสรรค์ ให้ผสมกาวขาวกับกลิตเตอร์หรือสีผสมอาหารเพื่อเพิ่มสีสันและชีวิตชีวาให้กับงาน

  1. กาวติดไม้ (Wood Glue) คือ กาวติดไม้ทั่วไปที่ใช้เฉพาะกับชิ้นส่วนหรือพื้นผิวไม้ มักมีสีขาวหรือสีเหลือง มีหลายชนิด เช่น กาวอีพ็อกซี่ (Epoxy) กาวโพลียูรีเทน (Polyurethane) และกาวหนังสัตว์ (Hide Glue) เป็นต้น กาวเหล่านี้จะถูกใช้ในงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และกรอบไม้ กาวติดไม้แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไม้และวัตถุประสงค์ของงานไม้ อย่างไรก็ตาม กาวไม้เหล่านั้นล้วนมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน คือ มีความแข็งแรง ทนต่อความชื้นและสภาพชื้นเปียก และยังมีคุณสมบัติในการอุดช่องว่างหรือรอยรั่วระหว่างชิ้นส่วนไม้หรือพื้นผิวหน้าไม้ได้เป็นอย่างดี

การใช้งาน: โดยปกติแล้วกาวติดไม้จะใช้เวลานานกว่าจะแห้งประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง บางชนิดอาจใช้เวลาเป็นวันกว่าจะแห้งสนิท ข้อควรระวัง ในขณะที่รอให้กาวแห้ง ชิ้นส่วนหรือผิวหน้าไม้จะต้องยึดติดอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหวเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของกาว

  1. กาวอีพ็อกซี่ (Epoxy) เป็นกาวที่ขายเป็นชุด กาวอีพ็อกซี่ 1 ชุดจะประกอบด้วย 2 ส่วนประกอบ ส่วนแรกคือกาวเรซิน (Resin) และอีกส่วนคือตัวทำกาวให้แข็งตัว (Hardener) กาวอีพ็อกซี่บางชนิดสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายหรือเป็นกาวอเนกประสงค์ และยังมีอีกบางชนิดที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้กับวัสดุเฉพาะ เช่น ไม้ หินอ่อน หรือพลาสติก เป็นต้น เป็นกาวอีกชนิดที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถอุดรูหรือช่องว่างระหว่างวัตถุ (Strong Gap-Filling Abilities) สิ่งของหรือพื้นผิวหน้าได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีความเหนียวที่เหนือกว่ากาวประเภทอื่น ๆ จึงเหมาะกับการนำไปใช้ซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในครัวเรือน ทนต่อสภาพอากาศรุนแรงได้เป็นอย่างดี

การใช้งาน: เนื่องจากกาวอีพ็อกซี่จะต้องมีการผสมก่อนการใช้งาน เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมและประสิทธิภาพของกาว โปรดอ่านคำแนะนำบนฉลากที่ติดข้างผลิตภัณฑ์กาว และเมื่อผสมกาวเสร็จแล้ว ให้นำไปใช้งานทันที ใช้พู่กันเกลี่ยกาวให้ทั่วพื้นผิวและข้อต่อเท่า ๆ กัน

กาวอีพ็อกซี่ (Epoxy)
  1. กาวโพลียูรีเทน (Polyurethane) หรือกาวพียูเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกาวหลายชนิดและประเภท ผลิตจากสารพอลิเมอร์ ใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องการยึดติดและความยืดหยุ่นสูง หรือเป็นกาวที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Strength) โดยทั่วไปกาวชนิดนี้จะขายเป็นชุด และ 1 ชุดจะประกอบด้วย 2 ส่วนประกอบ (เหมือนกับกาวอีพ็อกซี่) สามารถนำไปใช้งานได้มากมาย เป็นกาวที่ต้องใช้ร่วมกับน้ำเพื่อให้เกิดความเหนียวและการยึดเกาะ

การใช้งาน: หากต้องการนำไปเชื่อมติดหรือยึดวัสดุเช่น คอนกรีต พลาสติก อลูมิเนียม เหล็กกล้า หรือไม้ ตลอดอายุการใช้งาน แนะนำว่าให้หนีบวัสดุเหล่านั้นเข้าด้วยกันและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง

  1. กาวติดผ้า (Fabric Glue) เป็นกาวชนิดพิเศษที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับงานผ้าโดยเฉพาะ (Fabric) ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเบาะผ้าที่เก่าแล้วหรือปะผ้ายีนส์ มีกาวติดผ้าอีกหลายประเภทให้เลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน คุณสมบัติของกาวชนิดนี้ คือ ยังคงความยืดหยุ่นหลังจากแห้งและกันน้ำ สามารถนำผ้าไปซักหรือทำความสะอาดได้ตามปกติ

การใช้งาน: ควรใช้กาวชนิดนี้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผ้า ให้อ่านวิธีการใช้งานที่อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์กาวอย่างรอบคอบ กาวติดผ้าบางชนิดมีลักษณะคล้ายกับกาวขาว เวลาหยิบใช้งานต้องอ่านฉลากข้างขวดให้แน่ใจว่ากาวที่กำลังหยิบคือกาวติดผ้าไม่ใช่กาวขาว

  1. กาวซูเปอร์กลูหรือกาวพลังงานช้าง (Super Glue) เป็นกาวอีกชนิดที่ถูกตั้งชื่อตามคุณสมบัติของกาว เหมาะสำหรับการติดวัสดุหนัก เช่น โลหะ แก้ว เซรามิค ไม้ เครื่องหนัง เป็นต้น กาวซูเปอร์กลูเป็นกาวที่ผลิตด้วยวัสดุทางเคมีที่ชื่อว่าไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate Adhesive) มีคุณสมบัติแห้งเร็วและยึดติดเป็นพิเศษ

การใช้งาน: กาวซูเปอร์กลูจะให้ผลดีขนาดไหนขึ้นอยู่กับปริมาณในการใช้ หากใช้น้อยหรือมากเกินไปย่อมส่งผลต่อความทนทานในระยะยาวของกาว นอกจากนี้ กาวประเภทนี้ยังแห้งเร็วมาก ดังนั้น เวลานำมาใช้งานต้องระวังไม่ให้กาวติดนิ้วมือ

  1. กาวร้อน (Hot Glue) คือ กาวที่อยู่ในรูปของของแข็ง และต้องนำไปผ่านความร้อนก่อนใช้งาน สามารถนำไปใช้กับวัสดุได้แทบจะทุกประเภทเช่นเดียวกับกาวน้ำทั่วไป ยกเว้นโลหะ กาวร้อนเหมาะกับการนำไปใช้ในครัวเรือน เนื่องจากคุณสมบัติ เช่น ความแข็งแรงสูง แห้งเร็วและใช้งานง่าย

การใช้งาน: กาวร้อนจะอยู่ในขวดแท่งใส ต้องใช้คู่กับปืนกาว มีหลายขนาดขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน และเมื่อเย็นแล้ว กาวจะแข็งตัวทันทีเพื่อยึดตัววัสดุหรือสิ่งของที่นำกาวร้อนไปติด

  1. กาวยาง (Contact Adhesive หรือ Contact Cement) หรือกาวเหลือง เป็นกาวที่ผลิตจากยาง อาจเป็นยางจากธรรมชาติ เช่น ยางพารา หรือยางสังเคราะห์ เช่น ยางคลอโรพรีน (Polychloroprene) และเมื่อนำกาวชนิดนี้ไปใช้งานกับผิวหน้าหรือวัสดุที่ต้องการเมื่อไหร่ กาวจะแห้งและยึดติดในทันที นิยมใช้ในอุตสาหกรรมไม้ลามิเนต หรือผิวหน้าไม้ชนิดอื่น ๆ และยังใช้ในการประกอบชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์

การใช้งาน: หากต้องการใช้งานกาวประเภทนี้ แนะนำว่าให้ติดกาวกับวัสดุหรือผิวหน้าที่ต้องการทั้ง 2 หน้า และใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงกว่ากาวจะแห้ง และเมื่อแห้งแล้วจะยึดติดทันที

  1. กาวยาง (Rubber Cement) คือ กาวที่ผลิตจากยางพอลิเมอร์ยืดหยุ่น (Elastic Polymer) ผสมกับตัวทำละลาย เช่น แอซีโทน (Acetone) เฮกเซน (Hexane) เฮปเทน (Heptane) หรือ โทลูอีน (Toluene) เพื่อให้ยางมีลักษณะเป็นของเหลวสำหรับนำไปใช้งาน กาวยางจัดอยู่ในประเภทของกาวแห้ง (Drying Adhesives) เมื่อตัวทำละลายละเหยหมดแล้ว ตัวยางจะแห้งแข็งในทันที ให้การยึดติดที่แข็งแรงแต่ยังคงความยืดหยุ่นไว้ นิยมใช้กับงานกระดาษ

การใช้งาน: เมื่อนำไปใช้งาน จะต้องติดกาวยางทั้งสองฝั่งผิวหน้าของวัสดุเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของกาว สามารถนำไปใช้กับวัสดุโลหะหรือแก้วได้

  1. กาวสเปรย์ (Spray Glue) คือ กาวอเนกประสงค์อีกประเภทหนึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับหลายพื้นผิวหน้าที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง อย่างไรก็ดี ความคงทนขึ้นอยู่กับวัสดุที่จะทำกาวสเปรย์ไปใช้งาน มักใช้กับงานฝีมือ งานซ่อมข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน

การใช้งาน: ควรใช้กาวสเปรย์ในห้องหรือสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อฉีดพ่นแล้ว ทิ้งกาวให้แห้งก่อนน้ำไปติดกับวัสดุอื่น ๆ

  1. กาวน้ำ (Glue Pen) จะประกอบด้วยกาวน้ำใส แห้งไว ทำให้งานดูเรียบร้อยและประณีต ที่ปลายปากของกาวชนิดนี้จะมีหลายรูปทรง เหมาะกับงานที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ หรือใช้ยึดชิ้นงานขนาดเล็กเข้าด้วยกัน

การใช้งาน: ให้ใช้กาวน้ำกับงานขนาดเล็ก และเลือกรูปทรงของปลายปากกาวที่เหมาะกับงาน

  1. กาวแท่ง (Glue Stick) เป็นกาวอีกประเภทที่น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก กาวแท่งเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งของงานศิลปะ กาวแท่งจะอยู่ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกทรงกลม สามารถนำไปใช้งานได้เลยด้วยการถูปลายปากกับวัสดุ แห้งเร็ว ใช้งานง่าย กาวแท่งคุณภาพดีจะทำให้อายุการยึดเกาะกับชิ้นงานหรือวัสดุยาวนานขึ้น

การใช้งาน: กาวแท่งเหมาะกับงานที่ต้องการการยึดติดเล็กน้อย เช่น การปิดซองจดหมาย งานกระดาษฝีมือ (Paper Craft) งาน DIY และงานสมุดติดบันทึก (Scrapbook) เป็นต้น

  1. ปูนกาวซีเมนต์ (Cement Title Adhesive) กาวซีเมนต์หรือปูนกาว เป็นกาวสำหรับงานปูกระเบื้องทำหน้าที่ยึดเกาะกระเบื้องเข้าไว้ด้วยกันให้สวยงาม มีประสิทธิภาพดีกว่าปูนกระเบื้องแบบเก่า ไม่จำเป็นต้องนำกระเบื้องไปแช่น้ำก่อนใช้งาน สามารถใช้งานได้กับกระเบื้องหลายชนิด รวมถึงกระเบื้องที่มีผิวมันวาว

การใช้งาน: ต้องเลือกปูนกาวซีเมนต์ให้ถูกประเภท เนื่องจากปูนกาวซีเมนต์บางชนิดไม่เหมาะกับการแช่น้ำนาน ๆ และไม่เหมาะกับกระเบื้องหินอ่อนแผ่นหนา

  1. กาวตะปู (Super Nail Adhesive) คือกาวที่ทำหน้าที่เสมือนใช้ตะปูตอกเพื่อยึดวัตถุหรือชิ้นงานเข้าไว้ด้วยกัน สามารถรับน้ำหนักได้เทียบเท่ากับตะปู ไม่ทำให้ชิ้นงานแตกร้าว แห้งไว้ ใช้ภายในหรือภายนอกอาคารได้ งานตกแต่ง นำไปใช้กับวัสดุงานได้หลายชนิด เช่น ไม้ คอนกรีต พลาสติก โลหะ อลูมิเนียม หินอ่อน เป็นต้น

การใช้งาน: ทำความสะอาดพื้นผิวหรือผิวหน้าของชิ้นงานจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกก่อนการใช้กาวตะปูทุกครั้ง

เกร็ดน่ารู้: ความแตกต่างระหว่าง Glue กับ Adhesive (Glue Vs. Adhesive)

          ในภาษาอังกฤษ จะมีอยู่ 2 คำที่หมายถึงกาว ได้แก่ Glue และ Adhesive อย่างไรก็ดีทั้ง 2 คำหากต้องการนำไปใช้จะต้องพิจารณาถึงลักษณะของกาวที่จะกล่าวถึง “Glue is an adhesive, but not all adhesives are glues” ประโยคดังกล่าวมีความหมายว่า Glue คือ Adhesive ชนิดหนึ่ง แต่ Adhesive ทุกชนิด ไม่ใช่ Glue ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างทั้งสองคำ คือ หากต้องการกล่าวถึงกาวที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น พืช หรือผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่มาจากสัตว์ (Plants or Animal Byproducts) ให้ใช้ “Glue” แต่หากต้องการกล่าวถึงกาวที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์หรือเคมี ให้ใช้ “Adhesive”

สรุป:

กาวเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีเก็บไว้ใช้ภายในบ้าน เพราะกาวบางประเภทสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ดังนั้น ควรเลือกซื้อกาวที่ตรงกับความต้องการใช้งานและกิจกรรมมากที่สุด

ที่เฮียบฮกออนไลน์ เรามี “กาว” สำหรับจำหน่าย ดังนี้

  1. กาวตะปู (สำหรับงานเชื่อม)
  2. ปูนกาวซีเมนต์ ยี่ห้อ อาซาฮี (ขายเป็นลัง 20 ก.ก.)
  3. กาวดักหนู (ขายยกโหล)
  4. กาวทาท่อ (ขายเป็นกล่อง และ 1 กล่องมี 20 กระป๋อง)
  5. กาวอีพ็อกซี่ ยี่ห้อ ALTECO (ขายยกโหล)
  6. กาวยาง ยี่ห้อ ช้าง มี 3 ขนาด (ขายยกโหล) ขนาด 170 กรัม ขนาด 450 กรัม และขนาดแกลลอน
  7. กาวแห้งช้า/กาวแห้งเร็ว

อุปกรณ์ทั่วไป

กาวยาง ยี่ห้อ ช้าง

Price range: 435 ฿ through 1,125 ฿

อุปกรณ์ทั่วไป

กาวตะปู

Price range: 61 ฿ through 720 ฿

อุปกรณ์ทั่วไป

กาวดักหนู

Price range: 315 ฿ through 390 ฿

อุปกรณ์ทั่วไป

กาวทาท่อ

250 ฿

อุปกรณ์ทั่วไป

กาวตราช้าง

205 ฿

วัสดุปูพื้น และอุปกรณ์แต่งพื้น - ผนัง

ปูนกาวซีเมนต์ ยี่ห้อ อาซาฮี

Price range: 165 ฿ through 225 ฿

หากไม่แน่ใจ จะเลือกใช้บันไดช่างประเภทใด ที่เหมาะกับการใช้งาน สามารถติดต่อ หรือส่งข้อความหาเฮียบฮกออนไลน์ได้เลยทันที เฮียบฮกออนไลน์ยินดีตอบคำถาม และให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องมือช่าง ที่ควรมีไว้ติดบ้าน