หมวกนิรภัย ความสำคัญ ประเภท และวิธีเลือกใช้งานอย่างถูกต้องปลอดภัย

หมวกวิศวะ

หมวกนิรภัย/หมวกวิศวะ/หมวกเซฟตี้/หมวกช่างก่อสร้าง (Safety Helmet) คือ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) หรืออุปกรณ์นิรภัยประเภทหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสวมใส่ เพื่อป้องกันอันตราย หรืออุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นกับศีรษะในขณะทำงาน โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่ประกอบอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ก่อสร้าง และโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ จะต้องสวมใส่หมวกนิรภัยนี้ เพราะเป็นกฎข้อบังคับส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ของกระทรวงแรงงาน นายจ้าง หรือสถานประกอบการ ต้องจัดหาให้พนักงาน ได้สวมใส่หมวกนิรภัย รวมถึงผู้ที่ต้องทำงานบนที่สูง เช่น รุกขกร (หมอต้นไม้) ต้องสวมใส่หมวกหมวกนิรภัยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่าหมวกนิรภัยถือเป็นอุปกรณ์ หรือไอเท็มได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับสวมใส่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับศีรษะ (Head Protection) นี้ เฮียบฮกออนไลน์ ขอนำเสนอสาระ และความสำคัญของการสวมใส่หมวกนิรภัย ในสถานที่ทำงาน เพื่อให้ตระหนักถึงอันตราย หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดกับศีรษะ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น หากศีรษะได้รับอันตราย และการเลือกใช้หมวกนิรภัยให้เหมาะกับงาน

หมวกนิรภัยสำคัญอย่างไร ทำไมต้องสวมใส่

ทำไมศีรษะต้องได้รับการปกป้อง และดูแล : เพราะศีรษะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสมอง มีความละเอียดอ่อน บอบบาง ทำหน้าที่คิด วิเคราะห์ และควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายของมนุษย์ หากเกิดอะไรขึ้นกับศีรษะ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมองอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Head Injury) เป็นหนึ่งในสาเหตุการตาย และความพิการ ที่สำคัญ ที่สุด ที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน เช่น ไซต์ก่อสร้าง โรงงาน หรือในพื้นที่อุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น สถิติการบาดเจ็บที่ศีรษะ เกิดขึ้นขณะทำงาน หรือสถานที่ทำงาน มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Head Injury) หมายถึง การบาดเจ็บที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง เช่น อ่อนแรง สูญเสียการทรงตัว จำสถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นผลมาจากการกระทบกับสิ่งของ หรือแรงภายนอกสมอง ทั้งนี้ การบาดเจ็บที่ศีรษะ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการบาดเจ็บที่ศีรษะโดยตรง และทางอ้อม ได้แก่ การถูกตี ถูกยิง ชนของแข็ง หรือการตกจากที่สูง แล้วก้นกระแทกกับพื้น และทำให้กระดูกคอส่วนบนของศีรษะ เกิดการกระแทก ส่งผลกระทบกระเทือนต่อสมองส่วนท้าย

อาการบาดเจ็บที่ศีรษะเกิดขึ้นได้ 2 ระยะ ในระยะแรกจะเป็นการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กระทบต่ออวัยวะต่างๆ ของศีรษะ เช่น หนังศีรษะ กะโหลกศีรษะ เนื้อสมองในลักษณะบวม ช้ำ เนื้อสมองช้ำ หรือกะโหลกแตกยุบ เป็นต้น สำหรับอาการบาดเจ็บระยะที่สอง เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังจากเกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะ ในระยะนี้ อาการบาดเจ็บ จะใช้เวลานานหลายนาที เป็นชั่วโมง หรือเป็นวัน เช่น ภาวะเลือดออกภายในกะโหลกศีรษะ และเกิดสภาวะสมองบวม เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หากมีอาการ ง่วงซึม หรือไม่รู้สึกตัว หมดสติ กระสับกระส่ายมากกว่าปกติ พูดลำบาก หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป แขนขาอ่อนแรงลง ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน มีอาการไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง มีเลือด หรือน้ำใสๆ ไหลออกจากหู หรือจมูก หรือตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะทันที

หมวกนิรภัย คือ อะไร

หมวกนิรภัย เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันศีรษะ (Head Protection Device) และมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น หมวกวิศวะ/วิศวกร หมวกเซฟตี้ หรือหมวกช่างก่อสร้าง เป็นต้น หมวกนิรภัย คือ หมวกที่ถูกออกแบบมา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บที่ศีรษะของผู้ปฏิบัติงาน หมวกนิรภัยจะผลิตจากวัสดุ 3 ชนิด ได้แก่ พลาสติก ไฟเบอร์กลาส และโลหะ

ประโยชน์ของการสวมใส่หมวกนิรภัย ในขณะทำงาน : ความปลอดภัยของพนักงาน ในขณะทำงาน ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องมีมาตรการความปลอดภัยให้กับพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานในสถานที่ ที่มีความเสี่ยง มาตรการความปลอดภัยที่ดี จะช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บเป็นอย่างมาก เนื่องจากศีรษะเป็นอวัยวะชนิดเดียวของร่างกายมนุษย์ ที่มีกระดูกห่อหุ้มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ศีรษะต้องได้รับการปกป้อง และดูแล เป็นอันดับแรก เพราะเป็นที่อยู่ของสมองมนุษย์ ดังนั้น หมวกนิรภัย/หมวกวิศวะ/หมวกเซฟตี้/หมวกช่างก่อสร้าง เปรียบเสมือนด่านแรกทำหน้าที่ป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ อย่างไรก็ดี หมวกนิรภัย จะสามารถช่วยปกป้องการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ ก็ต่อเมื่อ ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่อย่างถูกต้อง

การบาดเจ็บที่ศีรษะ สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากมีการเลือกใช้ และดูแลรักษาหมวกนิรภัยอย่างเหมาะสม แต่ยังมีผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะทำงาน อันเนื่องมาจาก หมวกนิรภัยสวมใส่ไม่สบาย หรือไม่อยากใส่เอง เพราะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับหมวกนิรภัยมาผิดๆ นอกจากนี้ นายจ้างบางราย ไม่ได้จัดหา หรือมีมาตรการให้พนักงาน หรือผู้ปฏิบัติงาน สวมใส่หมวกนิรภัย ประโยชน์ของการสวมใส่หมวกนิรภัย มีดังนี้

  • ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ : หมวกนิรภัยเป็นหมวกที่มีลักษณะแข็ง (Hard Hat) ถูกออกแบบมา เพื่อปกป้องผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บทะลุศีรษะ (Injury Penetration) การบาดเจ็บจากกระแสไฟฟ้า (Electric Injury) และช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ จากวัตถุที่ร่วงหล่น หรือลอยมาโดนศีรษะ
  • ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดจากการลื่นไถล หรือหกล้ม : การสวมใส่หมวกนิรภัยขณะทำงาน ในโรงงานผลิตสินค้าประเภทของเหลว จะช่วยลดการบาดเจ็บที่ศีรษะลง หากผู้ปฏิบัติงานลื่นล้ม ในสถานที่ทำงาน เพราะเป็นสถานที่เปียก
  • ช่วยเพิ่มโอกาสรอดจากอุบัติเหตุ : ในขณะปฏิบัติงาน อาจต้องเผชิญกับอุบัติเหตุ เช่น การเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบขนาดใหญ่ หรือเกิดข้อผิดพลาดในการดูแลชิ้นส่วนงานขนาดใหญ่ และร่วงหล่นสู่พื้น ในกรณีเช่นนี้ หมวกนิรภัย จะช่วยลดการบาดเจ็บจากสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยให้การมองเห็นผู้ปฏิบัติงานง่ายขึ้น : เนื่องจากหมวกนิรภัย มีหลายสี และเป็นสีที่สว่างสดใส ดังนั้น การสวมหมวกนิรภัย จะช่วยให้มองเห็นผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้อื่น ที่อยู่ในสถานที่ทำงานได้อย่างง่ายขึ้น ทั้งในกลางวัน และกลางคืน สีของหมวกนิรภัยยังช่วยแยกว่า ใครเป็นใคร ในสถานที่ทำงาน เช่น ผู้มาเยี่ยมชม (Visitors) ผู้บริหาร หรือวิศวกร เป็นต้น
  • ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดด : สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้ง เช่น ไซต์ก่อสร้างต่างๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะต้องเผชิญกับแสงแดดในช่วงกลางวัน การสวมใส่หมวกนิรภัย จะช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดด ที่เป็นอันตรายกับร่างกายได้ และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคลมแดด (Heatstroke) หรืออาการอ่อนเพลียได้ (Fatigue)

ใครบ้างที่ต้องสวมใส่หมวกนิรภัย

การสวมใส่หมวกนิรภัย ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ที่ทำงานตามสถานที่ก่อสร้าง หรือไซต์ก่อสร้าง รวมถึงโรงงานต่างๆ สามารถแบ่งกลุ่มของผู้ที่ต้องสวมใส่หมวกนิรภัย ในขณะทำงาน 5 กลุ่มตามประเภทของการทำงาน ดังนี้

  • งานทั่วไป : ผู้ที่ทำงานในสถานที่ก่อสร้าง ไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ทุกประเภท โรงงานอุตสาหกรรม งานติดตั้งท่อ พนักงานขนส่งสินค้า ช่างไม้ และรุกขกร หรือหมอต้นไม้ คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแล เยียวยา และรักษาต้นไม้ตามที่ต่างๆ (งานกลุ่มนี้ สามารถใช้หมวกนิรภัยที่ผลิตจากพลาสติก หรือไฟเบอร์กลาสได้)
  • งานที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า : เช่น ช่างไฟฟ้า และช่างเดินสายไฟ (สามารถใช้หมวกนิรภัยที่ผลิตจากพลาสติก หรือไฟเบอร์กลาสได้)
  • งานที่ต้องทำในบริเวณที่มีความร้อน : ช่างเชื่อม หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการขุดเจาะน้ำมัน (ต้องเลือกหมวกนิรภัยที่ผลิตจากวัสดุโลหะ)
  • งานที่ต้องทนต่อความร้อนสูง : ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานดังเพลิง และงานเหมือง สามารถใช้หมวกนิรภัยที่ผลิตจากพลาสติก หรือไฟเบอร์กลาสได้)
  • กลุ่มอื่นๆ นอกจากกลุ่มอาชีพที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานในสถานที่ก่อสร้าง หรือโรงงาน แต่ชื่นชอบการซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องปีนขึ้นบนที่สูงของบ้าน ควรหาหมวกนิรภัยไว้สวมใส่ เมื่อต้องซ่อมแซม หรือปรับปรุงบ้าน อาจมีสิ่งของ หรือวัตถุบางอย่างตกหล่นใส่ศีรษะ หรืออาจพลาดร่วงหล่นลงสู่พื้นได้ รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก หรือเจ้าของโครงการบ้านสำเร็จรูป รวมไปถึงช่างที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ควรมีหมวกนิรภัยสวมใส่ ขณะทำงาน เพื่อความปลอดภัยของศีรษะ สำหรับผู้ที่ต้องการตัดต้นไม้ที่อยู่ภายในบ้าน ด้วยตนเอง นอกจากจะต้องมีบันไดก่อสร้างแล้ว ยังต้องสวมใส่หมวกนิรภัยเช่นกัน

ทำไมหมวกนิรภัยมีหลายสี

เนื่องจากหมวกนิรภัย ที่วางขายตามร้านวัสดุก่อสร้างท้องถิ่น หรือรูปแบบเดิม (Traditional Stores) ร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบใหม่ (Modern Trade) รวมถึงร้านที่ขายเสื้อผ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย จะมีหมวกนิรภัยให้เลือกซื้อทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว สีแดง หรือสีส้ม สีน้ำตาล และสีเทา (5 สีแรกจะได้รับความนิยมนำไปใช้มากที่สุด) อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเลือกซื้อสีของหมวกนิรภัยได้ตามอำเภอใจ หรือเลือกซื้อสำหรับสวมใส่ตามความมงคลของสี เพราะนอกจากความสวยงาม และสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ในสถานที่ทำงานแล้ว หมวกนิรภัยแต่ละสี ได้ถูกกำหนดให้ใช้กับประเภทของตำแหน่ง และอาชีพ ดังนี้

  • หมวกนิรภัยสีขาว : เป็นสีหมวกนิรภัยที่กำหนดให้เฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพวิศวกร ผู้บริหาร และหัวหน้างาน นอกจากนี้ ในบางองค์กร หรือหน่วยงานจะอนุญาตให้ผู้มาเยี่ยมชม (Visitors) สวมใส่หมวกนิรภัยสีขาว
  • หมวกนิรภัยสีน้ำเงิน/สีฟ้า : กำหนดให้ผู้ที่ประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า ช่างไม้ และเจ้าหน้าที่เทคนิคอื่นๆ สวมใส่หมวกนิรภัยสีนี้
  • หมวกนิรภัยสีเหลือง : เป็นสีหมวกนิรภัยสำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการ รวมถึงพนักงานทั่วไป
  • หมวกนิรภัยสีเขียว : กำหนดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือจป.สวมใส่ เพราะสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ที่คนทั่วไป รับรู้ว่า เป็นสีที่แสดงถึงความรู้สึกปลอดภัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ต้องสวมใส่หมวกนิรภัยสีเขียว
  • หมวกนิรภัยสีแดง หรือสีส้ม : สำหรับเจ้าหน้าที่งานดับเพลิง ช่างเชื่อม (Welders) และผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับความร้อน และประกายไฟ
  • หมวกนิรภัยสีน้ำตาล : หมวกนิรภัยสีน้ำ จะกำหนดให้ช่างเชื่อม หรือคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับความร้อนสวมใส่ ซึ่งบางองค์กร หรือหน่วยงานใช้หมวกนิรภัยสีน้ำตาลนี้
  • หมวกนิรภัยสีเทา : เป็นหมวกนิรภัยที่บางโรงงาน หรือบางองค์กร นำมาใช้กับผู้มาเยี่ยมชม (Visitors) เพื่อให้มีความแตกต่างจากสีหมวกนิรภัยของผู้บริหารนั่นเอง

การเลือกซื้อ และดูแลรักษาหมวกนิรภัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับใช้งาน

เมื่อทราบถึงความสำคัญของการสวมใส่หมวกนิรภัย ในขณะทำงาน ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บที่ศีรษะไปแล้ว การเลือกใช้ และดูแลรักษาหมวกนิรภัยให้เกิดประสิทธิภาพ และเหมาะสมเป็นเรื่องที่ควรรู้เช่นกัน

  • ควรเลือกหมวกนิรภัยที่พอดีกับการสวมใส่ : หนึ่งในสาเหตุของอาการบาดเจ็บ ที่ศีรษะ เป็นผลมาจากการไม่ยอมสวมหมวกนิรภัยขณะทำงาน เนื่องจากหมวกนิรภัยอาจไม่พอดี หรือสวมใส่ไม่สบาย ควรทดลอง หรือสอบถามผู้ขายเกี่ยวกับรายละเอียดของหมวกนิรภัยก่อน เพราะผู้ขายสามารถให้ข้อมูลขนาด และรูปทรงของหมวกนิรภัย ที่จำหน่ายเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ควรเลือกสีของหมวกนิรภัย ให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ทำเช่นกัน

(Tips : เมื่อสวมใส่หมวกนิรภัย อย่าเพิ่งปรับสายรัดคาง ให้ขยับหมวกนิรภัยก่อน เพื่อหาจุด หรือตำแหน่งที่สวมใส่หมวกนิรภัยแล้วรู้สึกกระชับ หรือแนบแน่นกับศีรษะ หากผิวหนังเกิดการถลอกขึ้น หมายความว่า ไม่ได้มีการปรับหมวกนิรภัยให้เหมาะสมกับการสวมใส่)

  • สายรัดคางสามารถปรับได้ดี : เมื่อหาตำแหน่งสวมใส่หมวกนิรภัยได้แล้ว ถัดไป คือ การปรับสายรัดคาง สายรัดคางของหมวกนิรภัยต้องปรับได้เป็นอย่างดี ควรปรับหรือดึงสายรัดคางให้แน่น แต่ไม่แน่นจนเกิดไป ขณะสวมใส่หมวกนิรภัย ควรปรับสายรัดคางอยู่เสมอ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างศีรษะกับหมวกนิรภัย และหมั่นตรวจสอบสายรัดคางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สายรัดคางต้องไม่หลุดลุ่ย หรือขาดรุ่งริ่ง
  • ควรตรวจความพร้อมของหมวกนิรภัยก่อนการใช้งาน : ก่อนการสวมใส่หมวกนิรภัยทุกครั้ง ให้ตรวจเช็คสภาพเปลือกนอกของหมวกนิรภัย มีรอยแตก หรือไม่ หากมีรอยแตก หรือรอยแตกเป็นแผ่น สามารถเป็นปัญหาได้เหมือนกัน เมื่อหมวกนิรภัยเสื่อมสภาพ เช่น มีรอยแตก หรือผิวเปลือกนอกเป็นฝุ่นผง เนื่องจากตากแดดเป็นเวลานาน หากถูกทุบ กระแทก หรือเคาะอย่างแรง จะทำให้หมวกนิรภัยแตกได้
  • ดูแล และรักษาหมวกนิรภัยอย่างเหมาะสม : ควรดูแลทำความสะอาดหมวกนิรภัยด้วยสบู่ที่อ่อนโยน (Mild Soap) และน้ำอุ่น ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำความสะอาดหมวกนิรภัย ควรเก็บหมวกนิรภัยให้ห่างจากสิ่งปนเปื้อน หรือสิ่งสกปรกที่สามารถทำลายหมวกนิรภัยได้ และควรเก็บหมวกนิรภัยให้พ้นแสงแดด และความร้อน แสงแดด และความร้อนเป็นอันตรายต่อเปลือกนอกของหมวกนิรภัย
  • ควรเปลี่ยนหมวกนิรภัยใหม่เมื่อไหร่ : แม้ว่าหมวกนิรภัยจะมีความแข็งแรงทนทาน ใช้ป้องกันอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ซื้อหมวกนิรภัยมาหนึ่งใบแล้วจะใช้ไปตลอดชีวิต เมื่อใช้หมวกนิรภัยไประยะเวลาหนึ่ง หมวกนิรภัยจะเริ่มสึกหรอ หรือเสื่อมสภาพ จะต้องมีการเปลี่ยนหมวกใบใหม่ โดยเฉลี่ยหมวกนิรภัยจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 – 5 ปี

สรุป

หมวกนิรภัย เป็นอุปกรณ์ หรือไอเท็ม สำหรับความปลอดภัยที่ปกป้องอันตราย อุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะของมนุษย์ อันเนื่องมาจากการทำงานในสถานที่ ที่มีความเสี่ยง เช่น ไซต์ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น เพราะอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ คือ สาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต หรือความพิการที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานมากที่สุด ดังนั้น นายจ้าง หรือผู้ที่รับผิดชอบดูแลสวัสดิภาพของพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นพิเศษ ทั้งนี้ การเลือกสีหมวกนิรภัยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ หรืออาชีพของงาน เพราะสีของหมวกนิรภัย จะทำหน้าที่บอกว่า ใครทำหน้าที่อะไรในที่ทำงาน นอกจากนี้ อาชีพบางประเภทจะต้องใช้หมวกนิรภัยที่ผลิตจากโลหะ ควรสอบถามข้อมูลจากผู้ขาย เมื่อต้องการซื้อหมวกนิรภัยก่อนเสมอ

ที่เฮียบฮกออนไลน์ เรามีหมวกนิรภัย/หมวกวิศวะ/หมวกเซฟตี้/หมวกช่างก่อสร้าง (Safety Helmet) จำหน่ายหลายสีตามความต้องตำแหน่ง และหน้าที่ในสถานที่ทำงาน หรือองค์กร ได้แก่ สีแดง สีฟ้า สีเหลือง สีขาว สีเขียว สีส้ม และสีน้ำเงิน

หมวกนิรภัยพร้อมจำหน่าย 1 ชุด จะมาพร้อมกับตัวหมวก และไส้หมวก

หากไม่แน่ใจ จะเลือกใช้บันไดช่างประเภทใด ที่เหมาะกับการใช้งาน สามารถติดต่อ หรือส่งข้อความหาเฮียบฮกออนไลน์ได้เลยทันที เฮียบฮกออนไลน์ยินดีตอบคำถาม และให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องมือช่าง ที่ควรมีไว้ติดบ้าน